ผญาธรรมบทนี้ ชี้ชัดว่า “อุปสรรค” อยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่ที่ทาง
ใจผะสงค์สร้าง กลางดงกะว่าท่ง
ใจผะสงค์ขี้คร้าน กลางบ้านกะว่าดง
(ใจมุ่งจะทำ กลางป่าก็เป็นทุ่ง
แต่ถ้าใจไม่สู้ อยู่บ้านก็เห็นเป็นดงดอน)
เมื่อใจตั้งมั่น
แม้ทางจะรก หนามจะทิ่ม
ป่าทึบก็กลายเป็นทุ่งกว้าง
อุปสรรคไม่ใช่สิ่งขวาง
แต่เป็นสิ่งให้ฝึก
คนที่มีศรัทธา
มีเป้าหมายชัด
มีความเพียรจริง
ไม่กลัวความยาก
ไม่กลัวความเหนื่อย
ฟันฝ่าไปได้
จนถึงปลายทาง
แบบมอบกายถวายหัว
ในทางธรรมก็เช่นกัน
แม้กิเลสจะโผล่
แม้มารจะขวาง
ผู้ภาวนาเห็นเพียง
ความว่าง
มายา
หยดน้ำ
พยับแดดชั่วครู่
จิตตั้งมั่นแล้ว
มารใดก็หลอกไม่ได้
แต่ถ้าใจไม่เอา
ไม่ศรัทธา
ไม่อยากทำ
แม้จะอยู่กลางบ้าน
สะดวกสบาย
ก็ยังเห็นเป็นดง
เต็มไปด้วยข้ออ้าง
ชักแม่น้ำทั้งห้า
มาอธิบายเหตุผล
เพื่อคงไว้ซึ่งอัตตา
มานะ
ทิฐิ
ของตน
ผญานี้
ไม่ได้สอนให้ฮึดแบบฝืน
แต่สอนให้เห็นความจริงว่า
ทางไม่เคยขวางใคร
ใจต่างหากที่ตัดสินว่าไกลหรือใกล้
ถ้าใจพร้อม
ป่าก็เป็นทุ่ง
ถ้าใจถอย
บ้านก็เป็นดง
วันนี้
ใจเราเลือกทางไหนอยู่
ด้วยความรู้สึกตัว 🌱