ผญาธรรมบทนี้ กล่าวถึงความสะอาดที่ไม่เหลือแม้เศษฝุ่นในใจ
เกลี้ยงฮอดใบ ใสฮอดลูก
เกลี้ยงฮอดข้าวปลูก
เกลี้ยงฮอดข้าวปัดลาน
(บริสุทธิ์ตั้งแต่ใบถึงลูก
สะอาดถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก
หมดจดถึงเศษข้าวในลานนวด)
นี่ไม่ใช่ความสะอาดของภาชนะ
ไม่ใช่ความเรียบร้อยของภายนอก
แต่คือ ความบริสุทธิ์ของจิต
ที่ถูกชำระจนไม่เหลือร่องรอยของกิเลส
จิตของพระอรหันต์
คือจิตที่ เกลี้ยงเกลา
ดับกิเลส อาสวะ อนุสัย
เข้าถึง เจโตวิมุตติ และ ปัญญาวิมุตติ
เป็นจิตที่ไม่กำเริบอีกต่อไป
ผุดผ่อง ยองใย ไร้มลทิน
ผญาบทนี้
ใช้อุปมาข้าว
เพราะข้าวคือชีวิต
คือการเพาะปลูก
คือผลจากความเพียรยาวนาน
สะอาดตั้งแต่ใบ
หมายถึง ศีล
การชำระความประพฤติทางกาย วาจา
ให้ไม่เป็นพิษ ไม่เป็นภัย
ใสถึงลูก
หมายถึง สมาธิ
การชำระจิตจากนิวรณ์
ให้ตั้งมั่น สงบ โปร่ง เบา
เกลี้ยงถึงเมล็ดพันธุ์
และเศษข้าวในลาน
หมายถึง ปัญญา
ที่ถอนกิเลสถึงราก
ไม่เหลือแม้เชื้อแห่งการเกิดใหม่
นี่แหละ
สจิตฺตปริโยทปนํ
การชำระจิตให้ขาวรอบ
ไม่ใช่ขาวเฉพาะช่วงที่นั่งสมาธิ
ไม่ใช่ดีเฉพาะตอนทำบุญ
แต่ขาวทั้งยามอยู่ ยามไป ยามทำ ยามวาง
เมื่อจิตใสถึงธาตุขันธ์
รูป นาม
ถูกเห็นเป็นเพียงธรรมชาติ
เป็นพระธาตุ
ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา
การกระทำทั้งหลาย
จึงไม่ตกอยู่ใต้บาปบุญ
ไม่ใช่เพราะไม่ทำ
แต่เพราะ ไม่มีผู้ยึด
ผญาธรรมบทนี้
ไม่ได้ชวนให้เราคิดว่าไกลเกิน
แต่ชวนให้เห็นว่า
ความบริสุทธิ์
เกิดจากการชำระทีละชั้น
อย่างซื่อตรง
และต่อเนื่อง
เมื่อวันหนึ่ง
ใจเกลี้ยงเกลาได้จริง
แม้เศษข้าวในลาน
ก็ไม่เหลือให้เก็บอีกต่อไป
ด้วยความรู้สึกตัว 🌱