(คนกินอิ่มจนอาเจียน
ส่วนคนไม่มีกินก็หิวเจียนตาย)
ผญาบทนี้สะท้อนภาพของโลกได้อย่างคมชัด
ฝ่ายหนึ่งมีเหลือเฟือ
กินจนล้น
อีกฝ่ายหนึ่ง
แม้เพียงคำเดียวก็ยังไม่มี
จึงต้องทนหิว
ดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ
นี่คือภาพของ โลกทางวัตถุ
คนมั่งมี
มีทรัพย์ มีโอกาส มีความสะดวก
ทำอะไรก็ดูง่ายไปหมด
บางครั้งถึงขั้น
ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย
แต่คนยากจน
ต้องต่อสู้กับความหิว
ต้องอดทนกับความขาดแคลน
ได้กินเพียงเล็กน้อย
ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว
ผญานี้ยังเปรียบลึกไปถึง โลกทางธรรม
ผู้ที่ปฏิบัติธรรมจริง
จนได้สัมผัสสภาวธรรม
ย่อมเหมือน เศรษฐีทางธรรม
เมื่อสติเกิด
คุณธรรมอื่นก็เจริญตาม
ศรัทธา
วิริยะ
สมาธิ
ปัญญา
งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ
เหมือนทรัพย์สมบัติที่เพิ่มพูน
แต่ผู้ที่ศึกษาเพียงตำรา
สนใจแต่การพูดธรรม
ไม่ลงมือปฏิบัติ
ก็เหมือนคนที่
อยากกิน
แต่ไม่ได้กิน
พูดเรื่องรสอาหารได้มากมาย
แต่ไม่เคยลิ้มรสจริง
ผญาบทนี้จึงเตือนว่า
ความรู้ธรรม
ถ้าไม่ลงมือปฏิบัติ
ก็ยังเป็นเพียง ความอยาก
แต่เมื่อปฏิบัติจริง
สัมผัสจริง
ธรรมะจะไม่ใช่เรื่องเล่า
แต่เป็น อาหารของจิต
ผู้ได้กินธรรมแล้ว
ย่อมอิ่ม
ผู้ได้แต่พูดถึงธรรม
ก็ยังหิวอยู่เหมือนเดิม
เพราะในทางธรรม
ผู้กิน คือ ผู้ปฏิบัติ
ส่วน ผู้อยาก คือ ผู้พูดถึงธรรม แต่ไม่ทำ
ต่างกันเพียงเท่านี้เอง 🌿