(ไผ่ลำเดียว ปล้องยังไม่เหมือนกัน
พี่น้องคลานตามกันมา ก็ยังต่างใจ)
ผญาบทนี้
เรียบง่าย…แต่จริงที่สุด
แม้เป็น “ไม้ลำเดียว”
ยังมีปล้องที่ไม่เหมือนกัน
แล้วนับประสาอะไรกับมนุษย์
ที่มีเหตุปัจจัยซับซ้อนยิ่งกว่า
แม้พี่น้อง
แม้ฝาแฝด
แม้ศิษย์สำนักเดียวกัน
ก็ยัง คิดไม่เหมือนกัน
เห็นไม่เหมือนกัน
เป็นไปไม่เหมือนกัน
นี่คือธรรมชาติของโลก
ในทางธรรมก็เช่นเดียวกัน
แม้จะนับถือพระพุทธศาสนาเหมือนกัน
เรียนคำสอนเดียวกัน
ถือพระธรรมวินัยเดียวกัน
แต่ผลของการปฏิบัติ
กลับแตกต่างกัน
บางคนก้าวเร็ว
บางคนก้าวช้า
บางคนยังวนอยู่ที่เดิม
ไม่ใช่เพราะธรรมต่างกัน
แต่เพราะ เหตุปัจจัยต่างกัน
ทั้งภายในและภายนอก เช่น
กรรมเก่า
กิเลสที่สะสม
วิบากที่ส่งผล
สติ สมาธิ ปัญญาที่พัฒนาไม่เท่ากัน
ในคัมภีร์มหาปัฏฐาน
จึงกล่าวถึง “ปัจจัย ๒๔”
ที่เกื้อหนุนหรือขัดขวางกันอยู่ตลอดเวลา
ชีวิตของแต่ละคน
จึงไม่ใช่เส้นตรงเดียวกัน
ผญาบทนี้
จึงไม่ได้สอนให้เปรียบเทียบ
แต่สอนให้ เข้าใจ
เมื่อเข้าใจแล้ว
ใจจะวางลง
ไม่ไปจับผิดผู้อื่น
ไม่ไปตำหนิตัวเอง
ไม่ไปโทษโชคชะตา
ไม่ไปโทษครูบาอาจารย์
เพราะทุกอย่าง
เป็นไปตามเหตุปัจจัย
สิ่งสำคัญที่สุด
ไม่ใช่ว่าใครเร็วกว่าใคร
แต่คือ
เรายังเดินอยู่ในทางที่ถูกหรือไม่
มีสัมมาทิฐิหรือไม่
รู้เท่าทันจิตหรือไม่
กำลังเพียรอยู่หรือไม่
ช้าก็ได้
เร็วก็ได้
แต่ถ้าทิศทางถูก
ย่อมถึงปลายทางได้เหมือนกัน
ผญานี้จึงฝากไว้เบา ๆ ว่า
อย่าเอา “ความต่าง”
มาเป็นเหตุแห่งความทุกข์
แต่ให้เห็นว่า
แม้ต่างกันในโลกสมมติ
สุดท้ายแล้ว
ทุกชีวิตก็มีจุดหมายเดียวกัน
คือ ความจริงของธรรม 🌿