(อยู่ใกล้บ่อเกลือ แต่กลับอดเกลือ
อยู่ทางเรือ แต่กลับอดน้ำ)
ผญาบทนี้
ไม่ได้พูดถึงความขาดแคลน
แต่พูดถึง “ความไม่รู้”
ของอยู่ตรงหน้า
แต่กลับใช้ไม่เป็น
เห็นอยู่ใกล้
แต่เหมือนไกลแสนไกล
เพราะขาดสิ่งเดียว
คือ โยนิโสมนสิการ
การใส่ใจอย่างแยบคาย
คนที่ไม่มีโยนิโส
ก็เหมือนคนตาบอด
แม้อยู่ใกล้ความจริง
ก็ไม่เห็นความจริง
อยู่กับชีวิต
แต่ไม่เห็นสัจจะของชีวิต
อยู่กับกายใจ
แต่ไม่รู้จักรูปนาม
อยู่กับทุกข์
แต่ไม่เข้าใจทุกข์
โยนิโสมนสิการ
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เป็นสิ่งที่ต้องฝึก
เกิดได้จากเหตุปัจจัย เช่น
๑. คบกัลยาณมิตร
๒. ได้ฟังธรรมที่ถูกต้อง
๓. ฝึกสติให้ต่อเนื่อง
๔. วางใจเป็นกลาง ไม่ไหลไปตามความคิด
๕. เห็นการเกิดดับของขันธ์ห้า
เมื่อปัจจัยเหล่านี้ครบ
ปัญญาจะค่อย ๆ เปิด
จากที่เคยมองไม่เห็น
ก็เริ่มเห็น
จากที่เคยใกล้แต่เหมือนไกล
ก็กลายเป็นใกล้และเข้าถึงได้
จะเห็นว่า
ทุกข์คืออะไร
เกิดจากอะไร
ดับได้อย่างไร
เห็นไตรลักษณ์
เห็นความไม่เที่ยง
ความเป็นทุกข์
ความไม่มีตัวตน
และที่สำคัญ
เห็นทางพ้นทุกข์
ผญาบทนี้จึงเตือนเบา ๆ ว่า
อย่าโทษว่า “ไม่มี”
ทั้งที่จริงแล้ว “มีอยู่”
แต่เรา
ยังไม่รู้จักมอง
เมื่อมีโยนิโส
โลกทั้งใบจะเปลี่ยน
จากความมืด
กลายเป็นความกระจ่าง
จากความหลง
กลายเป็นความรู้
และจากความทุกข์
ค่อย ๆ คลายลง
ด้วยความรู้สึกตัว 🌱