PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ
PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ

Search

  • หน้าแรก
  • เสียง
  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
  • เติมสุขให้ใจด้วยปณิธานง่าย ๆ
เติมสุขให้ใจด้วยปณิธานง่าย ๆ รูปภาพ 1
  • Title
    เติมสุขให้ใจด้วยปณิธานง่าย ๆ
  • เสียง
  • 15847 เติมสุขให้ใจด้วยปณิธานง่าย ๆ /aj-visalo/2026-08-17-03-00-40.html
    Click to subscribe
  • {ampz:shareampz}

ผู้ให้ธรรม
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
วันที่นำเข้าข้อมูล
วันอังคาร, 18 สิงหาคม 2569
ชุด
ธรรมะสั้นๆ ก่อนอาหารเช้า 2569
  • แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]

  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 2 มกราคม 2569 วัดป่าสุคะโต

    เมื่อขึ้นปีใหม่ นอกจากการเฉลิมฉลอง รื่นเริงสนุกสนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้คนนิยมทำก็คือ การตั้งความปรารถนา

    การตั้งความปรารถนานี้มี 2 อย่าง ปรารถนาที่จะได้ โดยการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเราเรียกว่า อธิษฐาน แต่ที่จริงแล้วอธิษฐานความหมายไม่ใช่อย่างนี้ แต่ว่าพอมาเป็นภาษาไทยแล้ว อธิษฐานก็กลายเป็นการขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    การตั้งความปรารถนาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ปรารถนาที่จะทำ มุ่งมั่นที่จะทำ อย่างนี้เรียกว่า ปณิธาน

    อธิษฐานกับปณิธานนั้น รูปคำหรือเสียงจะคล้ายๆกัน แต่ก่อนความหมายก็คล้ายกัน อธิษฐานอาจจะหนักแน่นหน่อย แต่ตอนหลังอธิษฐานกลายเป็นการขอไปเสียแล้ว อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ได้รับสิ่งนั้นสิ่งนี้ เรียกว่าอธิษฐานในภาษาไทย

    ปีใหม่นี้บางคนก็ทำ 2 อย่าง ทั้งอธิษฐาน และทั้งตั้งปณิธาน แต่ถ้าจะให้ดีหากจะต้องทำอย่างเดียว ก็ให้ตั้งปณิธาน

    หลายคนตั้งปณิธานว่า ปีใหม่นี้จะทำสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับตัว บางคนก็บอกว่าจะออกกำลังกายให้มากขึ้น จะวิ่งทุกวัน จะคุมอาหาร ของหวานหรือของมันก็จะกินให้น้อยลง

    หรือบางคนก็บอกว่าจะนั่งสมาธิให้มากขึ้นหรือทำเป็นประจำ

    แต่หลายคนพบว่าตั้งปณิธานไปแล้วทำไปได้แค่ไม่กี่วันก็เลิก เพราะรู้สึกว่ามันยาก บางทีก็อ้างว่าไม่มีเวลา แต่ที่จริงถ้าหากว่าเราเริ่มทำทีละนิดทีละหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า หรือการเจริญสตินั่งสมาธิ ทำครั้งละ 5 นาที 10 นาที และทำทุกวัน ก็จะง่ายกว่ามาก

    แต่มีปณิธานอย่างหนึ่งที่ง่ายกว่านั้น ซึ่งผู้รู้แนะนำที่สามารถจะทำได้ทุกวันและไม่ต้องใช้กำลังมาก พวกเราก็น่าจะลองนำไปทำดู นั่นก็คือการจดว่าวันนี้เราได้พบสิ่งดี ๆ อะไรบ้าง 3 อย่างก็พอ

    ทำตอนดูว่าก่อนจะเข้านอน ลองระลึกว่าเราได้พบอะไรดี ๆบ้าง เอาแค่ 3 อย่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น เห็นท้องฟ้าสวยงาม เห็นดอกไม้บาน สดชื่น หรือมีคนช่วยหิ้วของให้เรา หรือมีคนลุกให้ที่นั่งกับเราบนรถไฟฟ้า หรือได้เจออาหารอร่อยที่แม่บ้านตั้งใจทำ

    ผู้รู้บอกว่า ถ้าทำอย่างนี้ทุกวันจะช่วยปรับเปลี่ยนจิตใจเราได้ โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่าแต่ละวันใจคอห่อเหี่ยวไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรง รู้สึกว่าแต่ละวันๆผ่านไปอย่างเชื่องช้า ไม่มีอะไรดีเลย แต่ถ้าเราลองทำแบบนี้ทุกวันๆ เราจะพบว่าทุกวันมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเรา ทุกวันสามารถเป็นวันดีๆได้ ถ้าเราสามารถมองเห็นสิ่งดีๆ

    แต่หลายคนมักจะเพ่งจ้องแต่สิ่งไม่ดี วันแต่ละวันเห็นแต่สิ่งไม่ดี รถติด อากาศร้อน ฝุ่นพีเอ็มเยอะ คนไม่เอื้อเฟื้อ พอเห็นแต่แบบนี้จิตใจก็ห่อเหี่ยวกลายเป็นคนจู้จี้ขี้บ่น กลายเป็นคนที่ชอบมองลบ มองร้าย

    หรือบางคนก็รู้สึกว่าฉันทำดีไม่พอเพราะเห็นแต่ข้อตำหนิ ข้อบกพร่องของตัว คนที่ชอบเห็นแต่ข้อบกพร่องนั้นจะไม่ค่อยมีความสุข

    บางคนเห็นดอกไม้ก็นึกบ่นในใจว่ากลีบดอกไม้เรียงไม่เป็นระเบียบเลย อันนั้นก็อาจจะมีประโยชน์ แต่อย่าลืมมองว่าแม้ต้นไม้ที่กลีบดอกเรียงไม่เป็นระเบียบ แต่ก็ความสวย อย่าเห็นแต่ความไม่เป็นระเบียบของกลีบดอก ให้เห็นความสวยของดอกไม้ด้วย

    เดี๋ยวนี้ผู้คนตั้งมาตรฐานสูงความรู้มาก เห็นความสมบูรณ์แบบจากที่ต่างๆมากมาย ตั้งมาตรฐานไว้สูง เห็นอะไรก็เลยรู้สึกว่าไม่ดีไปหมด แม้กระทั่งตัวเองก็เห็นว่าตัวเองดีไม่พอ

    แต่ถ้าเราฝึกนิสัยด้วยการรู้จักสังเกตสิ่งดี ๆที่เกิดขึ้นกับเราในแต่ละวัน เอาแค่ 3 อย่างก็พอ จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆก็ได้ แต่บางคนกลับพบว่าหายาก นึกไม่ออก ที่นึกไม่ออกนั้นไม่ใช่ไม่มี มันมี แต่ใจหรือตาจ้องมองเห็นแต่สิ่งไม่ดี สิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ สิ่งที่บกพร่อง เพราะมีทัศนคติในทางมองลบมองร้ายจนเป็นนิสัย ครอบงำความคิด จิตใจของเรา

    การมองลบนั้นก็มีข้อดีแต่อย่าให้บดบังการมองเห็นสิ่งดีๆที่มีอยู่รอบตัวเรา และการทำบันทึกแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยากอะไรเลยใช้เวลาแค่ 2-3 นาที บางคนอาจจะใช้เวลานานตอนทำใหม่ๆ แต่ก็ยังง่ายกว่าการออกกำลังกาย ง่ายกว่าการนั่งสมาธิ ง่ายกว่าการเล่นโยคะที่ตั้งปณิธานว่าจะทำทุกวัน หรือง่ายกว่าการควบคุมอาหาร

    เพราะทำบันทึกใช้เวลาไม่นานและไม่ได้ทวนกระแสกิเลสมาก แถมส่งเสริมให้เรามีมุมมองนาทางบวกมากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้คนเรามองในทางลบมาก มองสิ่งรอบตัวไม่เห็นอะไรดีเลย มองเห็นคนอื่นก็มองเห็นแต่คนอื่นทำสิ่งไม่ดี แต่ที่เขาทำดีกับเรากลับมองไม่เห็น เขายิ้มให้เรา เขาเอื้อเฟื้อเรา

    แล้วต่อไปพอถึงเดือนกุมภาพันธ์ จาก 3 ก็ขยับเป็น 5 สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา สิ่งดีๆที่เราได้พบ

    พอทำคล่องแล้ว ก็ขยายจากสิ่งดีๆที่เราเห็นที่เราพบ มาเป็นสิ่งดีๆที่เราทำ

    เราทำดีอะไรบ้าง อาจจะเริ่มต้นจากการที่เราอดกลั้นใจไม่บ่น หรือไม่ตำหนิเพื่อน หรือไม่วิจารณ์ แต่ก่อนเห็นแต่ข้อผิด ข้อบกพร่อง ข้อเสีย นึกอะไรได้ เห็นอะไรได้ก็พูด แต่ตอนหลังเราเริ่มอดกลั้นไม่พูด อย่างนี้ก็เป็นความดีแล้ว

    ต่อไปทำดีกว่านั้นอีก คือ ชื่นชมเขา นี่เป็นตัวอย่าง อาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ สิ่งดีๆที่เราทำ เราอาจจะช่วยคนแก่ข้ามถนน เราอาจจะช่วยเพื่อนทำงาน หรือเราอาจจะให้อภัยเพื่อนแม้เขาจะตำหนิเรา ต่อว่าเรา

    ลองทำดู อาจจะไม่ใช่ความตั้งใจที่จะทำสิ่งดีๆ แต่ทำแล้วก็กลับมาทบทวนว่า เราได้ทำอะไรดีๆบ้าง วันละ 3 อย่าง จดเอาไว้

    แล้วเราจะพบว่า พอทำอย่างนี้เป็นนิสัย หรือทำต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทัศนคติ มุมมองเปลี่ยน เห็นแต่ละวันว่ามีสิ่งดีๆมากมาย พอเห็นสิ่งดีๆแล้วก็จะเห็นความสุข

    หลายคนอยากจะมีความสุข แต่พอความสุขปรากฏต่อหน้ากลับมองไม่เห็น อยากให้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเรา แต่พอมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นแล้วกลับมองไม่เห็น เพราะเราคาดหวังอะไรที่ใหญ่โต หรือมิฉะนั้นเราก็ชอบมองแต่สิ่งที่เป็นลบ ข้อเสีย ข้อตำหนิ ลองทำให้เป็นนิสัยแล้วจะพบว่าแต่ละวันจะกลายเป็นวันดีของเรา และทั้งปีก็จะกลายเป็นปีที่ดีของเราด้วย.

logo

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • จดหมายข่าว
  • Privacy Policy
  • Terms of Service